BTS ศิลปิน K-Pop ระดับโลก ผู้เชิดชูเกียรติภูมิ “เกาหลีใต้”

ผู้แทนประธานาธิบดีพิเศษสำหรับคนรุ่นใหม่และวัฒนธรรม

Welcome Generation

Welcome Generation คือชื่อที่เหมาะสมกับเยาวชนคนรุ่นใหม่ในยุคนี้มากกว่าชื่อ Lost Generation หมายความว่าเจเนอร์เรชันนี้คือเจเนอร์เรชันที่ ‘Welcome’ และให้เราก้าวเดินออกไปข้างหน้า แทนที่จะหวาดกลัวการเปลี่ยนแปลงครับ

Jin of BTS

ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้แทนประธานาธิบดีพิเศษสำหรับคนรุ่นใหม่และวัฒนธรรม

“พวกเรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ท่านประธานาธิบดีเล็งเห็นว่าพวกเราในฐานะประชาชนคนหนึ่งช่วยส่งเสริมผลประโยชน์ในระดับชาติ ตลอดจนด้านการทูต การที่เราในฐานะศิลปิน, ประชาชน และคน ๆ หนึ่งได้ทำอะไรบางอย่างภายใต้ตำแหน่ง ‘ผู้แทนประธานาธิบดีพิเศษสำหรับคนรุ่นใหม่และวัฒนธรรม’ นั้นเป็นเกียรติสำหรับพวกเราอย่างยิ่งครับ

ตลอดช่วงที่ผ่านมา BTS สื่อสารกับเยาวชนและผู้คนมากมายที่ใช้ชีวิตอยู่ในยุคปัจจุบัน ผ่านงานเพลง, การแสดง และสิ่งที่พวกเราทำได้ แต่เราเองก็คำนึงอยู่ตลอดว่าจะตอบแทนความรักที่ได้รับมาและมอบหลายสิ่งหลายอย่างไปพร้อม ๆ กันในรูปแบบใดที่ไม่ใช่านเพลงและการแสดง ซึ่งพวกเราก็ได้รับโอกาสอันดีงามนี้จากท่านประธานาธิบดี พวกเราจะทำหน้าที่ทูตพิเศษนี้ให้เต็มที่และสมเกียรติครับ หลังจากที่ทำภารกิจจนสำเร็จลุล่วงโดยอาศัยความมุ่งมั่นของคนรุ่นใหม่เหมือนอย่างเคย พวกเราก็จะกลับมาอีกครั้ง ขอขอบคุณที่มอบหมายภารกิจนี้ให้กับพวกเราครับ”

ร่วมพิธีเปิดงาน SDG Moment 2021 และขึ้นกล่าวสุนทรพจน์

“…ผมเคยได้ยินว่าเยาวชนคนรุ่นใหม่ทุกวันนี้ถูกเอ่ยถึงว่าเป็น ‘Corona Lost Generation’ ในเชิงที่ว่าพวกเขากำลังหลงทางในยามที่ต้องการโอกาสและการทดลองทำสิ่งต่าง ๆ มากที่สุด แต่เพียงเพราะพวกเขาไม่ได้อยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ เราจะไปพูดว่าพวกเขาหลงทางได้ด้วยหรอครับ? เราจึงมองว่า ‘Welcome Generation’ จึงเป็นชื่อที่เหมาะสมกว่า ‘Lost Generation’ ซึ่งหมายความว่าเจเนอร์เรชันนี้คือเจเนอร์เรชันที่ ‘Welcome’ และให้เราก้าวเดินออกไปข้างหน้า แทนที่จะหวาดกลัวการเปลี่ยนแปลง

แม้ในสถานการณ์ที่เกินความคาดหมาย หากเราเชื่อในความเป็นไปได้ และมีความหวังเราก็จะไม่หลงทาง และค้นพบกับหนทางใหม่ ๆ ครับ หนทางที่เราเลือกอาจไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีสิ่งที่เราทำได้หรอกครับ ผมว่าสิ่งที่สำคัญคือหนทางที่เราเลือกในยามที่เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงต่างหากครับ มีหลายคนสงสัยว่าพวกเราฉีดวัคซีนแล้วหรือยังหลังจากได้ข่าวว่าเราจะมาที่ UN ผมจึงขอใช้โอกาสนี้เพื่อบอกว่าเราทั้งเจ็ดคนฉีดวัคซีนกันแล้ว ผมคิดว่าการฉีดวัคซีนเป็นเหมือนตั๋วให้เราได้มาพบกับแฟน ๆ ที่รอคอยพวกเรา และเป็นตั๋วที่เราต้องจ่ายเพื่อมายืนอยู่ ณ ที่แห่งนี้

เราคิดว่าโลกหยุดหมุนไป แต่จริง ๆ แล้วมันกำลังเดินหน้าไปทีละนิด ผมเชื่อว่าทุกตัวเลือกคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่จุดจบแต่อย่างใด ในโลกที่กำลังเริ่มต้นขึ้นใหม่ ขอให้ทุกคนได้เอ่ยถึงกันและกันว่า ‘Welcome!’ ครับ”

ให้สัมภาษณ์กับรองเลขาธิการ UN Global Communications

“พวกเราคิดอยู่เสมอว่ามันเป็นเกียรติที่ประเมินค่าไม่ได้ที่ได้มาร่วมงานที่จัดขึ้นโดยองค์การสหประชาชาติ ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความรับผิดชอบอย่างมาก ครั้งนี้พวกเราได้มาร่วมงานในฐานะทูตพิเศษ พวกเราพยายามอย่างมากเพื่อถ่ายทอดให้ผู้คนทราบว่าเยาวชนคนรุ่นใหม่รู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในยุคโควิด-19 ซึ่งหลังจากที่ได้ฟังความเห็นและคำตอบของพวกเขา มันก็ทำให้พวกเราตระหนักได้อีกครั้งหนึ่งว่ามีหลายคนที่ยังมีความฝันกับแพสชัน และใช้ชีวิตด้วยทัศนคติแง่บวกแม้จะอยู่ท่ามกลางสถานการณ์โรคระบาด

พวกเราไม่ใช่เจเนอร์เรชันแห่งการสูญเสียเพราะโควิด (Corona Lost Generation) แต่เป็นเจเนอร์เรชันแห่งการต้อนรับ (Welcome Generation) ผมอยากให้พวกเราค่อย ๆ พยายามหาทางออกกันไปทีละนิดและมุ่งหน้าสู่อนาคตที่ดีกว่าไปด้วยกันครับ”

แสดงที่สำนักงานใหญ่ UN

BTS เผยคลิปการแสดงเพลง Permission to Dance ที่ห้องประชุมใหญ่และบริเวณอาคารสำนักงานใหญ่สหประชาชาติ หลังกล่าวสุนทรพจน์เปิดงาน SDG Moment ประจำปี 2021

https://youtu.be/9SmQOZWNyWE

เยือนพิพิธภัณฑ์ MET

BTS และนางคิมจองซุก ภริยาประธานาธิบดีมุนแจอิน พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน (Metropolitan Museum of Art) เพื่อรำลึกการเปิดห้องจัดแสดงศิลปะเกาหลี (Korean Art Gallery) และมอบภาชนะเครื่องเขินโดย ชองแฮโจ เป็นของขวัญจากรัฐบาลเกาหลีแก่ทางพิพิธภัณฑ์ โดย RM ได้เป็นตัวแทน BTS ขึ้นกล่าวความรู้สึก

“ผมคิมนัมจุน ลีดเดอร์จากวง BTS ครับ ผมเกรงว่าเสียงเฮลิคอปเตอร์จะทำให้ไม่ได้ยินเสียงผม เพราะฉะนั้นเดี๋ยวผมจะพูดให้ดังหน่อย ก่อนอื่นเลย พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทันเป็นสถานที่ที่ในนิวยอร์กที่ผมชอบมาก ๆ เลยล่ะครับ เมื่อ 2 ปีก่อนผมก็เคยมาที่นี่และถ่ายรูปเอาไว้ด้วย ในวันที่อากาศดีเป็นพิเศษแบบนี้ ผมรู้สึกเป็นเกียรติมาก ๆ ที่ได้มายืนพูดแบบนี้อยู่ข้าง ๆ ผลงานของคุณอเล็กซ์ซานเดอร์ คาลเดอร์ที่ผมชื่นชอบ จริง ๆ วิวทิวทัศน์ที่นี่มันทำให้ผมลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าผมจะพูดอะไร แต่ผมก็จะลองพูดดูนะครับ

พอครั้งนี้ผมได้มาที่นี่ผ่านภารกิจอย่างเป็นทางการมันทำให้ผมใจเต้นรัวเลยล่ะครับ ระหว่างที่ได้เดินชมพิพิธภัณฑ์กับท่านสุภาพสตรี [คิมจองซุก] และแขกผู้มาร่วมงาน ใจผมรู้สึกท่วมท้นและคิดอะไรหลายต่อหลายอย่าง โดยเฉพาะการได้มาชมห้องจัดแสดงศิลปะเกาหลี ถึงนครนิวยอร์ก เมืองที่ผู้คนทั่วโลกอยากมาเยือน และเป็นเสมือนนครเมกกะแห่งศิลปะนั้น เป็นมีความหมายกับผมและทำให้ผมรู้สึกแปลกใหม่มาก ๆ ครับ

ผมคิดว่าเรามายืนอยู่ตรงนี้ได้เพราะผู้คนจำนวนมากที่พยายามทำให้ความยิ่งใหญ่ของวัฒนธรรมเกาหลีเป็นที่รับรู้ โดยเฉพาะในครั้งนี้ที่ทางเรา [ตัวแทนจากประเทศเกาหลี] ได้มอบผลงานจากศิลปินเกาหลีให้นั้นนับเป็นเกียรติอย่างมาก อีกทั้งยังเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับผมผู้ชื่นชอบในงานศิลปะ และเป็นแฟนคลับของศิลปินเกาหลีอย่างยิ่งครับ มีผู้คนจำนวนมากเลยครับที่ได้แสดงความสามารถทั้งในด้านวัฒนธรรมเกาหลี, เพลง K-Pop และภาพยนตร์เกาหลี แต่ก็ยังมีศิลปินเก่ง ๆ ในเกาหลีที่ยังไม่เป็นที่รู้จักอีกมากที่กำลังมุ่งมั่นสร้างผลงานกันอยู่ เราในฐานะทูตสำหรับคนรุ่นใหม่และวัฒนธรรมผู้เป็นตัวแทนเกาหลีจะพึงระลึกในหน้าที่นี้เพื่อต่อยอดความยิ่งใหญ่และศักยภาพของวัฒนธรรมเกาหลียิ่งขึ้นออกไปให้กว้างไกลยิ่งขึ้น และจะตั้งใจทำงานต่อไปครับ สำหรับผมแล้วที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทันแห่งนี้เป็นที่ที่มีผลงานที่ผมชื่นชอบเป็นการส่วนตัวอยู่เยอะมาก ๆ ในครั้งหน้าผมจึงอยากจะกลับมาที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน เพื่อชมผลงานที่ยอดเยี่ยมของห้องจัดแสดงศิลปะเกาหลีและของพิพิธภัณฑ์นี้ในฐานะคิมนัมจุนอีกครั้งครับ ขอขอบคุณอีกครั้งครับ”

ให้สัมภาษณ์กับสถานี abc

BTS และประธานาธิบดีมุนแจอินให้สัมภาษณ์กับสถานี abc ออกอากาศผ่านรายการ Good Morning America, รายการ Good Morning America 3 และรายการ Nightline

Jung Kook เผยความรู้สึกที่ได้ทำภารกิจในฐานะผู้แทนประธานาธิบดีพิเศษฯ “ผมยังไม่อยากจะเชื่อเลยครับว่าเราได้กล่าวสุนทรพจน์และทำการแสดงไป บทบาททูตพิเศษทำให้รู้สึกเหมือนเวลาหยุดลง ผมถือว่าการแต่งตั้งครั้งใหม่นี้เป็นสัญญาณของความหวังและความก้าวหน้า ซึ่งมีความหมายกับผมมาก ๆ และทำให้ผมมีความสุขครับ”

RM กล่าวถึงคนรุ่นใหม่ว่าจะสามารถรับมือกับปัญหาสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างไร “พอได้เห็นคนรุ่นใหม่พกกระบอกน้ำไปไหนมาไหน มันทำให้พวกผมรู้สึกว่าคนหนุ่มสาวเยาวชนรับมือกับปัญหานี้ได้ดีกว่าเราเสียอีก ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องเรียนรู้ครับ ผมเชื่อว่าท้ายที่สุดแล้วการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ จะสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ เริ่มจากรีไซเคิลให้ถูกต้อง ตระหนักถึงผลิตภัณฑ์ที่ใช้ซ้ำไม่ได้ และการใช้กระบอกน้ำครับ”

j-hope กล่าวถึงสิ่งที่วงอยากทำมากที่สุดหลังสถานการณ์โควิดจบลง “ผู้คนจำนวนมากจะได้รับวัคซีนและสภาพแวดล้อมจะเอื้อให้จัดคอนเสิร์ตได้อย่างปลอดภัย มันคือสิ่งที่แฟน ๆ และเราต้องการครับ”

Jin กล่าวถึงแฟน ๆ ที่ลังเลกับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด “เราเข้าใจผู้คนที่หวาดกลัวการฉีดวัคซีนกันเพราะมันคือการเปลี่ยนแปลง การรอบคอบต่อสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ครับ แต่ถ้าเราหวาดกลัวกับสิ่งเป็นเรื่องของอดีต เราคงไม่มีทางพัฒนาไปข้างหน้าได้ เราต้องมองวัคซีนในแง่บวกมากขึ้นเพื่อสร้างอนาคตที่ดียิ่งขึ้นครับ”

Jimin เล่าว่าสถานการณ์โควิดทำให้พวกเขาเสียสุขภาพจิตอย่างไร “ผมเกิดความคิดในแง่ลบและตั้งคำถามต่อเป้าหมายในชีวิต ผมหวังว่าสถานการณ์โควิดจะสิ้นสุดลงไว ๆ และหวังว่าเราจะได้ทำการแสดงคอนเสิร์ตซึ่งเป็นสิ่งที่เรารักไว ๆ ครับ”

j-hope เล่าว่ารู้สึกเหมือนโควิดได้พรากอิสระไป “โหยหาเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวัน เวลาเราเดินทางหรือไปทัวร์ ผู้คนจะมารวมตัวพูดคุยกับเรา มันเป็นช่วงเวลาที่ผมได้รับเอเนอร์จี้ครับ”

Jin “เราพลาดหลายอย่างในชีวิตประจำวันไป สมัยก่อนผมมักดื่มโซจูเวลากินคุกปับ (국밥 ข้าวใส่น้ำซุป) กับ SUGA หลังเลิกงาน สำหรับเรา ช่วงเวลาเล็ก ๆ แบบนี้ทำให้พวกเรามีความสุขมากเหลือเกิน”

V เล่าว่าสิ่งที่ท้าทายที่สุดคือการที่ไม่สามารถมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับแฟน ๆ “สิ่งที่สำคัญที่สุดคือแฟน ๆ ที่เชื่อมั่น, สนับสนุน และยอมรับในตัวเราทุกอย่าง เราไม่ได้สบตากับอาร์มี่ของเรามาเกือบ ๆ 1 ปีครึ่ง-2 ปีแล้ว พอไม่ได้เห็นหน้ากันจริง ๆ ผมจึงคลางแคลงใจขึ้นมาและถามตัวเองว่ามีอาร์มี่อยู่จริง ๆ หรือเปล่า พวกเขายังอยู่ไหม ผมคิดถึงสิ่งเหล่านี้ที่สุดครับ”

Jung Kook กล่าวความรู้สึกโหยหาการทำการแสดงต่อหน้าแฟน ๆ “ผมเล่นคอนเสิร์ตได้ทั้งวันมากกว่าถ่ายโฟโต้ชู้ตหรือวาไรตี้ สถานการณ์นี้จึงเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดสำหรับผม”

j-hope กล่าวถึงแคมเปญ ‘Youth Today, Your Stories’ ที่พวกเขาถามไถ่ไปยังเยาวชนคนรุ่นใหม่ทั่วโลกว่า 2 ปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไร และกำลังใช้ชีวิตในโลกปัจจุบันอย่างไร “เราสื่อสารอย่างต่อเนื่องและค้นพบว่าเยาวชนคนรุ่นใหม่กำลังโฟกัสกับอะไร”

RM แสดงความเห็นในฐานะศิลปินชายล้วนที่มีแฟน ๆ ผู้หญิงจำนวนมากและอยู่ในสังคมชายเป็นใหญ่ เรื่องการให้การศึกษาแก่สตรีและความเท่าเทียมทางเพศซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) “ส่วนตัวแล้วเมื่อปี 2015-2016 และหลายปีที่แล้ว ผมได้รับเสียงติติงอย่างหนักต่อกรณีการเกลียดชังผู้หญิง ผมจึงเคยมีโอกาสขอให้ทางศาสตราจารย์ศึกษาด้านสตรีช่วยประเมินเนื้อเพลงของผม เมื่อมองย้อนกลับไป ผมคิดหนักเลยว่าผมไม่ได้ให้ความสนใจในประเด็นความเท่าเทียมทางเพศมากเกินไปหรือเปล่า สิ่งที่ผมทำได้จึงเป็นการศึกษาและให้ความสนใจเกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้ และแสดงให้เห็นว่าผมพยายามปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นครับ”

SUGA กล่าวให้กำลังใจแก่ผู้ที่เผชิญกับปัญหาสุขภาพจิตและเล่าถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้ตลอดสถานการณ์โควิด “เวลาคนเราเดินผ่านอุโมงค์ เราต้องอาศัยการเดินตามแสงไฟเล็ก ๆ ให้ออกจากอุโมงค์ไปได้ ตอนที่ทัวร์คอนเสิร์ตและตารางงานทั้งหมดถูกยกเลิกลงต่อหน้าต่อตา เราจึงกังวลและรู้สึกหดหู่ ผมจึงเข้าใจเกี่ยวกับ ‘Corona Blue’ มาก ๆ ผมคิดว่าทุกคนต้องร่วมแรงร่วมใจถึงจะเอาชนะสถานการณ์นี้ได้ครับ”

เราคิดว่าโลกหยุดหมุนไป แต่จริง ๆ แล้วโลกกำลังเดินหน้าไปทีละนิด

ผมเชื่อว่าทุกตัวเลือกคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่จุดจบแต่อย่างใด ในโลกที่เริ่มต้นใหม่ ขอให้ทุกคนเอ่ยถึงกันและกันว่า ‘Welcome!’ ครับ

BTS, the Presidential Envoy. 

BTS, the Presidential Envoy. 

BTS, the Presidential Envoy. 

BTS, the Presidential Envoy. 

BTS, the Presidential Envoy. 

BTS, the Presidential Envoy.